How did I meet my western husband?

By in 1 - Introduction

ที่มาที่ไป…ดิฉันหาสามีฝรั่งได้อย่างไร (English Version Below)

เมื่อนึกย้อนหลังถึงอดีต ชีวิตของดิฉันก็เหมือนกับสาวไทยทั่วๆไปหลายๆคน เกิดมาในครอบครัวฐานะปานกลางค่อนข้างไปทางยากจนด้วยซ้ำ ชีวิตก็ตามครรลองเหมือนคนทั่วๆไป เรียนหนังสือจบปริญญา ได้ทำงานที่ดีและมั่นคง เริ่มพิจารณาว่าอายุตัวเองก็เริ่มมากขึ้นแล้ว เพื่อนฝูงในวัยเดียวกันก็แต่งงานมีลูกกันไปเกือบหมด เริ่มรู้สึกอยากแต่งงาน อยากสร้างครอบครัว และอยากหาใครมาเป็นคู่ชีวิตบ้าง

ยังจำได้ว่าเมื่อครั้งสมัยตอนเป็นนักศึกษาดิฉันเคยฝึกงานและได้ทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ  ตอนนั้นจะค่อนข้างชื่นชมหนุ่มฝรั่งในแง่การปฏิบัติตัวต่อผู้หญิงของเค้าทั้งในเรื่องของความสุภาพและการให้เกียรติ ไม่ว่าจะเห็นคู่สามีภรรยาวัยชราที่มาเที่ยวด้วยกัน หรือจะเป็นหนุ่มชาวต่างชาติ กับสาวไทยก็ดี  แต่ก็เป็นเพียงแค่การชื่นชมเฉยๆ ไม่ได้คิดว่าอยากมีแฟนหรือแต่งงานกับฝรั่ง เพราะมันไกลเกินจากวิถีชีวิตที่เราคุ้นเคย ตอนนั้นดิฉันก็มีความฝันเหมือนผู้หญิงไทยทั่วๆไป เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูก มีครอบครัวที่น่ารักก็เท่านั้น และอีกอย่าง ณ ตอนนั้นถึงอยากมีแฟนฝรั่งก็ไม่รู้จะไปหาหนุ่มฝรั่งที่ไหนมาเป็นแฟน  รู้สึกมันเป็นไปได้ยากมาก ยิ่งในสมัยนั้นการมีแฟนหรือสามีต่างชาติยังไม่เป็นแฟชั่นอย่างสมัยนี้ อินเตอร์เน็ตก็ยังไม่ค่อยบูม จะมีกลุ่มคนเล็กๆ ที่เริ่มใช้อินเตอร์เน็ต

ถ้าจะเห็นสาวไทยที่คบกับฝรั่งตามถนนหนทางในช่วงนั้นจะมีอยู่ประมาณ2 ประเภทใหญ่ๆ

กลุ่มแรกก็จะเป็นคนที่มาจากครอบครัวตระกูลดีมีชื่อเสียง มีฐานะหน้าตาทางสังคม ประเภทลูกท่านหลานเธอที่มีโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศ และได้ไปเจอคู่ชีวิตที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งก็ได้มีให้เห็นบ้างแต่ไม่มากนัก

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็จะเป็นประเภทสาวไทยในอาชีพค้าประเวณี ซึ่งอาจจะมีทั้งเป็นแบบคู่รักชั่วคราว หรือเกิดการเปลี่ยนสถานะภาพเป็นสามีภรรยาในที่สุด มีบ้างเหมือนกันที่เป็นผู้หญิงไทยทำงานอาชีพอื่นๆ เช่นทำงานในออฟฟิศ แต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้ที่สังคมและค่านิยมเราเปลี่ยนไป มีการยอมรับการแต่งงานกับชาวต่างชาติมากขึ้นแถมเป็นที่นิยมด้วยซ้ำ  สมัยนี้จึงเห็นผู้หญิงที่การศึกษาดี ทำงานดี มีหน้าที่การงานมั่นคงได้แต่งงานหรือมีแฟนชาวต่างชาติเป็นจำนวนที่เยอะมากทีเดียว

วกกลับเข้ามาถึงที่มาที่ไป…ดิฉันไปเจอกับคุณโรเบิร์ต สามีชาวต่างชาติของดิฉันตอนไหน ตอนนั้นดิฉันทำงานการตลาดที่ตึกหลักทรัพย์เก่าตรงสาธร ชีวิตตอนนั้นไม่มีอะไรมากทำแต่งานและกลับบ้าน ค่อนข้างเหงาและโดดเดี่ยวพอสมควร วันหนึ่งได้รู้จักโปรแกรม icq จากการที่ดิฉันได้เห็นรุ่นน้อง 2-3 คนที่เพิ่งจบปริญญาโทจากเมืองนอกกลับมาทำงาน ชอบและติดโปรแกรมนี้กันอย่างมาก  เค้าติดคุยกับแฟนบ้าง เพื่อนบ้างที่ต่างประเทศที่โซนเวลาต่างกับบ้านเรา โดยใช้โปรแกรม icq โดยย่อ icon ไว้มุมล่างของหน้าจอ ถ้างานไม่ยุ่งก็สามารถแชทหรือพูดคุยกับเพื่อนๆ ได้ นั่นเป็นประตูทางเข้าไปสัมผัสกับโลกอินเตอร์เน็ตของดิฉันทีเดียว ตอนนั้นคิดว่าไม่เสียหาย ลองหาเพื่อน หาแฟนต่างชาติทางอินเตอร์เน็ตดูซิ ถ้าหาไม่ได้ก็ถือว่าได้เพื่อนคุย ได้ฝึก ได้ใช้ และพัฒนาภาษาอังกฤษของเราให้ดีขึ้น แต่ถ้าเผลอๆโชคดีอาจเจอเนื้อคู่ต่างชาติก็ได้ใครจะรู้

ยอมรับว่าช่วงนั้นเหมือนกับเปิดโลกอีกโลกหนึ่งให้ดิฉันเลยทีเดียว เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ตัวเองถือว่าไม่ได้เป็นสาวไทยที่สวยสะดุดตาอะไร ผิวออกจะคล้ำๆด้วยซ้ำ ไม่เป็นที่สนใจของหนุ่มไทยทั่วๆไป แต่กลับเป็นที่สนใจของหนุ่มต่างชาติทางอินเตอร์เน็ตค่อนข้างเยอะ อาจเป็นเพราะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ดีพอสมควรส่วนหนึ่ง

เพราะฉะนั้นอยากจะแนะนำกับเพื่อนๆทุกคนเลยว่า ถ้าท่านใดสนใจอยากมีแฟนหรือสามีเป็นคนต่างชาติให้ฝึกใช้ภาษานั้นๆที่ต้องใช้สื่อสารกับคู่ของคุณให้คล่อง หรืออย่างน้อยก็ให้ได้ในระดับที่สื่อสารกันพอรู้เรื่องเข้าใจ เพราะ มันเป็นปัจจัยแรกๆ ที่สำคัญมาก ที่จะช่วยให้ความรักของคุณสมหวังและราบรื่นมากขึ้น ดิฉันค่อนข้างโชคดีที่ตกหลุมรักกับคนอังกฤษ ก็เลยไม่ต้องไปเรียนภาษาอื่นเพิ่มเติม ในส่วนตัวดิฉันเชื่อว่าการติดต่อสื่อสารพูดคุยกันรู้เรื่องเป็นตัวช่วยเลื่อนการพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้อย่างรวดเร็ว

อย่าเข้าใจผิดคิดว่าดิฉันเก่งภาษาอังกฤษอะไรมากมาย แต่งงานอยู่กินกับสามีฝรั่งมา10กว่าปีก็ได้แค่การพูดคุยสื่อสารกันพอรู้เรื่อง ถ้าพูดถึงสำเนียงก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ถึงตอนนี้ก็ยังพยายามศึกษาปรับปรุงให้ดีขึ้นเช่นกัน

ขอแนบเรื่องขำ ขำไม่ซีเรียสมาปิดท้าย แต่จำไม่ได้แล้วว่าไปอ่านมาจากที่ไหนนะคะ เพราะนานแล้วแต่จำได้ว่าตอนนั้นอ่านแล้วขำมาก

สาวไทยคนหนึ่ง เธอมีสามีเป็นคนออสเตรเลีย วันหนึ่งเธอและสามีพาเพื่อนคนไทยที่มาเยี่ยม ไปเที่ยววัดในซิดนีย์ เพื่อนเธอสงสัยถามเธอว่า เอ้ามีวัด แล้วที่เผาศพล่ะ อยู่ที่ไหน ผู้หญิงคนนี้หันไปทางสามีของเธอ และถามด้วยความมั่นใจเป็นภาษาอังกฤษว่า “Darling when people dead where they do B B Q ?”

 

แพท

 

How did I meet my western husband?

Looking back, my life was just like many ordinary Thai girls, born to a poor family, graduated from university, got a job and looked after myself. I began to think about settling down after I realized friends in the same ages have been married already. I wanted to marry, build a family and share my life with someone.

I still remember when I was the trainee and worked closely with foreigners. I quite admired the western man’s manner towards his woman in terms of respect and honour, whether it’s an old couple who came to visit Thailand or Western husband with a Thai wife.

Although, I was just admiring the western man because of their manner and being loving a husband, I was never thinking to marry one of them. It’s far beyond the norm or simply life that I was living.

I just had a dream like most Thai girls to graduate with a degree, get a job, get married and have kids. But it wasn’t an idea in that time that I would want a western husband. Even if I would like to have one, I didn’t know where to find one.

I think in the past, we saw a few Thai girls married to western men and can divide by 2 categories.

  1. Some few rich Thai girls who come from high society went to study aboard and fell in love and married with a well educated western man.
  2. Some bar girls or professional sex workers who married foreigners. We see quiet a lot and it’s more common I think than the first group.

In the part, its quiet rare to see the office girls have a relationship with foreigners, at least back when I was an office girl. Today’s society and values are changing.  We not only accept a marriage between Thai girls and foreigners, but it’s become more popular.   Even though, a lot of educated Thai women who have good jobs or success in their career want to marry western men these days.

Back to the question before, how did I find my western husband, Robert? In that time, I worked in marketing at the old stock market building at Sathorn. My life was nothing much but work and home. I found the ICQ programme from a couple of colleagues who just graduated from abroad.  They were using ICQ for chat with western boyfriends or to keep in touch with their friends.  So, I began to use that program to find friends and if I were lucky enough, I might find my soul mate over there.

Even though, I might not be lucky enough to find one, I can at least improve my English. So, I thought that I had nothing to lose anyway.

ICQ opened my eyes; I was very happy and enjoyed chatting with people around the world. It was interesting to exchange ideas and attitude. I found myself quite popular on ICQ, I guess because I could communicate in English quite well, not great but good enough to understand and respond back. So, if you want to use the internet to be your tools to find your loved one, I suggest you try to learn more about the language that you need to chat with that person. I believe, if you can communicate well, you will have more chance for success in a relationship.

Don’t get me wrong that my English is excellent or I am fluent in English. You can read it is not!  I still struggle sometimes too, but I keep learning.

I read a joke about a Thai girl who couldn’t speak English very well in some source long time ago. I thought  it was funny and I  can still remember it.

A Thai girl and her Australian husband took her friend who came to visit her in Sydney to look around a Thai Temple. Her friend was curious and asked her in Thai “They have a Thai Temple here, but where do they cremate the dead bodies?” The girl didn’t know either. She turned to her husband and asked him in English with confidence “Darling, when people dead where they do B.B.Q?”

 

Pat

Submit a Comment

Your email address will not be published.